วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ประวัติ วัดดอยแก้ว




ประวัติความเป็นมาของ วัดดอยแก้ว

                 
                วัดดอยแก้ว  สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๐  สถานที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยลูกหนึ่ง  ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า Hill (ฮิลล์)  ตั้งอยู่ท่ามกลางสองหมู่บ้านคือ บ้านแม่กลางใต้ และ บ้านทุ่งนาทราย  แต่ละบ้านมีผู้คนอาศัยอยู่ประมาณสิบครัวเรือน  มีสภาพเป็นป่ารก มีต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด  เช่น กระต่าย เก่ง หมูป่า  ติดกับทางทิศเหนือของวัด มีหนองน้ำขนาดเล็ก ซึ่งหมูป่าชอบมานอนเล่นในหนองน้ำนั้น  จึงได้ชื่อว่า  บ้านแพะบวกหมู  ต่อมาได้ชื่อใหม่ว่า บ้านสันผักหละ  มาจนถึงปัจจุบัน
                 
                ในสมัยก่อน  เมื่อถึงฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน มีน้ำมาก  มักจะมีชาวบ้านจากจังหวัดตาก บ้านระแหง  นำปลาใส่เรือมาขายให้กับชาวบ้านท้องถิ่นนี้ทุกๆปี  มีหลายคนที่ได้มาตั้งรกรากมีครอบครัวลูกเมีย อยู่ที่บ้านกลางใต้  มีภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า  ครูบาทาริยะ   ได้ทราบข่าวว่าหลานของตนได้มาอยู่ที่บ้านแม่กลางใต้นี้  จึงได้มาเยี่ยมพวกลูกหลาน  จึงจัดให้พักชั่วคราวอยู่ด้านหลังของวัดดอยแก้วนี้  ต่อมา ครูบาทาริยะ ออกธุดงค์จาริกไปจำพรรษาที่เมืองวิน บ้านสันป่าตอง  ในปัจจุบันคือ อำเภอสันป่าตอง  เวลานานมาลูกหลานได้เป็นห่วง ครูบาทาริยะ ซึ่งแก่ชราภาพมากแล้ว  จึงชวนกันไปนิมนต์ให้กลับมาพำนักอยู่ที่ บ้านแม่กลางใต้  เมื่อครูบาทาริยะมาแล้ว  ทั้งสองหมู่บ้านจึงช่วยกันสร้างอารามขึ้นใหม่ หลังหนึ่งเพื่อให้ ครูบาทาริยะ ได้อยู่จำพรรษา  ต่อมาได้มีเด็กชาวบ้านชื่อ นายธิ และ นายธรรม ได้เข้าไปอยู่เป็นเด็กวัด  ได้ร่ำเรียนบทสวดมนต์ และข้อวัติปฏิบัติของภิกษุสามเณร กับครูบาทาริยะ  เมื่ออายุครบ ๑๒ ปี จึงได้บรรพชาเป็นสามเณร  จนอายุครบ ๒๐ ปี จึงได้อุปสมบทเป็นภิกษุ  ต่อมาภิกษุก๋า และภิกษุธรรม ได้ลาสิกขาบทออกไป  เหลือเพียงแต่ภิกษุธิ ซึ่งเป็นผู้มีแขนพิการ  ต่อมา ครูบาทาริยะได้ถึงแก่การมรณภาพลง  ภิกษุธิจึงได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมา มีฉายาว่า “ ครูบาโพธิ และจำพรรษาอยู่ที่วัดดอยแก้วจนท่านได้มรณภาพ  ในเวลาต่อมาชาวบ้านจึงพากันไปนิมนต์ “ ภิกษุแปง ” ซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่ วัดแท่นคำ  ก่อนหน้านั้นเคยได้อยู่ที่วัดดอยแก้วนี้มาก่อน เมื่อภิกษุแปงรับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสวัดดอยแก้ว และท่านก็ได้อยู่มาจนถึงท่านได้มรณภาพลง
               
              ต่อมาได้มี “ ภิกษุสา ภทฺธิโย ” เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมา และได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าอาวาส ณ วัดดอยแก้วนี้ ประมาณ ๑๐ พรรษา จึงได้ลาสิกขาออกไป  ได้มี “ ภิกษุตั๋น สุเมโธ ” มาเป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมา และได้ลาสิกขาออกไป  จึงได้มี “ ภิกษุมูล จารุวณฺโณ  เป็นเจ้าอาวาสได้ ๔ พรรษา จึงลาสิกขาออกไป  แล้วจึงมี “ ภิกษุสี ภสฺสโร ”เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาอีก ๓ พรรษา จึงได้ลาสิกขาออกไป  และหลังจากนั้นวัดดอยแก้วได้ว่างจากการมีเจ้าอาวาสมาได้ระยะหนึ่ง 
                
               ต่อมา ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันไปนิมนต์  พระภิกษุ “ สิงห์โต สุธมฺโม  ซึ่งในขณะนั้นท่านจำพรรษาอยู่ ณ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร  ให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดดอยแก้ว รวมเวลาได้ ๕๔ พรรษา  โดยท่านได้รับแต่งตั้งเป็น “ พระครูสีหธรรมจารีย์  หรือที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกท่านว่า “ ครูบาสิงห์โต ” โดยมี “ พระครูสิงห์ทอง ถาวโร ” เป็นรองเจ้าอาวาส   
   
              ท่าน พระครูสีหธรรมจารีย์  (ครูบาสิงห์โต สุธมฺโม) ได้ละสังขาร
เมื่อเวลา ๐๑:๕๙ น. ของคืนวันจันทร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
 
ที่โรงพยาบาล ปิยะมินทร์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ร่างของท่านตั้งบำเพ็ญกุศล  พระราชทานเพลิงศพ  เมื่อวันเสาร์ที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔  
ได้ทำการประชุมเพลิงหลวง ณ วัดทุ่งเศรษฐี แขวงดอกไม้ เขตประเวศ จ.กรุงเทพมหานคร
                 
               ในวันที่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น