วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2557

วีดีโอพุทธศาสนา

พระพุทธเจ้า สารคดีระดับโลกจาก BBC

พุทธศาสดา การ์ตูน Animation พระพุทธเจ้า

ตำนานหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด

ตำนานสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา

ครูบาขาวปี๋

ครูบาพรหมา พรหมจกฺโก วัดพระพุทธบาทตากผ้า

อำเภอจอมทอง

อำเภอจอมทอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอจอมทอง
แผนที่จังหวัดเชียงใหม่ เน้นอำเภอจอมทอง
อินทนนท์สูงเด่น ร่มเย็นองค์พระธาตุ
น้ำตกสวยสะอาด เชิดชูศาสน์ไม้ค้ำโพธิ์
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอจอมทอง
อักษรโรมัน Amphoe Chom Thong
จังหวัด เชียงใหม่
รหัสทางภูมิศาสตร์ 5002
รหัสไปรษณีย์ 50160
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 712.297 ตร.กม.
ประชากร 65,976 คน (พ.ศ. 2554)
ความหนาแน่น 92.624 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอจอมทอง เลขที่ 156 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160
พิกัด 18°25′2″N 98°40′33″E
หมายเลขโทรศัพท์ 0 5334 1177
หมายเลขโทรสาร 0 5334 1177

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย
อำเภอจอมทอง (คำเมือง: Lanna-Chom Thong.png) เป็นอำเภอขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 112 ปี มีศักยภาพในการพัฒนาสูง มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์สวยงาม มีประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม จึงทำให้อำเภอจอมทองเป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเกือบ 2 ล้านคน ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญเมืองหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงคือ ดอยอินทนนท์
อำเภอจอมทองเป็นอำเภอที่มีศักยภาพในการพัฒนาสูง มีภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยในการรองรับรับความเจริญจากจังหวัดเชียงใหม่ สามารถเดินทางติดต่อกับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวก เริ่มมีการขยายตัวทางการศึกษา การก่อสร้างห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ธุรกิจด้านสินเชื่อ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต หอพักและบ้านจัดสรรขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2551 เป็นต้นมา [1] ปัจจุบันจึงเป็นศูนย์กลางความเจริญทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ทางตอนใต้ของจังหวัดลำพูนและทางตอนใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในด้านการศึกษา มีวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยของรัฐ 3 แห่ง วิทยาลัยการอาชีพ 1 แห่ง มีโรงเรียนมัธยมศึกษา และโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในด้านการสาธารณสุข มีโรงพยาบาลจอมทอง โรงพยาบาลที่กำลังพัฒนาเทียบเท่าโรงพยาบาลระดับจังหวัด รองรับการรักษาผู้ป่วยในเขตพื้นที่อำเภอจอมทองและอำเภอใกล้เคียง[2] ด้านการท่องเที่ยว มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียง ได้แก่ ยอดดอยอินทนนท์ และน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร พิพิธภัณฑ์ผ้าป้าแสงดาที่บ้านไร่ไผ่งาม แหล่งผ้าฝ้ายทอมือในเขตตำบลสบเตี๊ยะ อุทยานแห่งชาติออบหลวง รวมถึงประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ในช่วงสงกรานต์ เป็นต้น

ประวัติ

อำเภอจอมทอง มีประวัติความเป็นมาสืบเนื่องเกี่ยวกับตำนานวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร โดยในปี พ.ศ. 2443 ได้มีการจัดระเบียบการปกครองหัวเมืองขึ้นใหม่ ในช่วงที่นครเชียงใหม่ว่างเจ้าผู้ครองนครอันเนื่องจากการถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ในกลุ่มหัวเมืองย่อยทางใต้ของนครเชียงใหม่ ได้มีการจัดตั้งที่ว่าการอำเภอเพื่อเป็นศูนย์กลางปกครองขึ้น ณ บริเวณบ้านท่าศาลา ริมแม่น้ำปิงทางด้านทิศตะวันออกของอำเภอจอมทอง ซึ่งปัจจุบันคือบ้านท่าศาลา หมู่ที่ 3 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง [3] โดยมีเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ (ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนคร) เป็นผู้คุมการก่อสร้างด้วยตนเองและตั้งได้ชื่อตามชื่อวัดพระธาตุจอมทองว่า “อำเภอจอมทอง”

คำขวัญ

"อินทนนท์สูงเด่น ร่มเย็นองค์พระธาตุ น้ำตกสวยสะอาด เชิดชูศาสน์แห่ไม้ค้ำโพธิ์"
  • อินทนนท์สูงเด่น ดอยอินทนนท์เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดของประเทศไทย สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,565 เมตร ปัจจุบันเป็นสถานที่สำคัญของประเทศ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มาเที่ยวปีละหลายล้านคน เป็นสถานที่ที่งดงาม มีถ้ำ น้ำตก ภูเขา ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว อาทิ เช่น น้ำตกแม่กลาง น้ำตกแม่ยะ น้ำตกสิริภูมิ น้ำตกวชิรธาร ถ้าบริจินดา ดอยหัวเสือ กิ่วแม่ปาน เป็นต้น
  • ร่มเย็นองค์พระธาตุ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวจอมทอง นับจากตำนานนายสอย นางเม็งเมื่อปี พ.ศ. 1994 จนถึงปัจจุบันนับได้ 561 ปี เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปัจจุบันเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มีพระธรรมมังคลาจารย์ (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์สายวิปัสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพอย่าง สูงจากพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทำให้วัดพระธาตุศรีจอมทองเป็นจุดที่พุทธศาสนิกชนเดินทางมาเคารพสักการะกราบ ไหว้พระบรมสารีริกธาตุและปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ท่านเจ้าคุณเป็นจำนวนมากมาย ในแต่ละปี
  • น้ำตกสวยสะอาด จอมทองถือว่าเป็นอำเภอที่มีน้ำตกมากที่สุดอำเภอหนึ่งของประเทศ มีน้ำตกน้อยใหญ่ทางทิศตะวันตก ที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และอุทยานแห่งชาติออบหลวง อาทิ เช่น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกแม่เตี๊ยะ น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ น้ำตกสิริธาร น้ำตกแม่ปาน เป็นต้น
  • เชิดชูศาสน์แห่ไม้ค้ำโพธิ์ อำเภอจอมทองมีประเพณีที่สำคัญ คือประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ ที่ชาวจอมทองปฏิบัติสืบทอดมายาวนาน นิยมแห่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ ถือเป็นต้นแบบของการแห่ไม้ค้ำสะหลีของคนภาคเหนือ เริ่มถือปฏิบัติขึ้นเป็นครั้งแรกที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง อำเภอจอมทอง ปัจจุบันกลายเป็นประเพณีที่แพร่หลายไปหลายพื้นที่ในอำเภอใกล้เคียงกับอำเภอ จอมทองและจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ

ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอจอมทองมีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

ลักษณะทางภูมิประเทศ

ลักษณะพื้นที่อำเภอจอมทอง ส่วนใหญ่เป็นที่ราบกว้าง ระหว่างริมฝั่งแม่น้ำปิง และน้ำแม่กลาง ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่นกระจายในพื้นที่ดังกล่าว พื้นที่หุบเขาเชิงเขาทางทิศตะวันตก ซึ่งใช้ประโยชน์ในการทำนา ทำสวน ทำไร่ ปลูกไม้ยืนต้น เช่น ลำไย สำหรับบริเวณภูเขาเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและที่อยู่อาศัย
สภาพพื้นที่ พื้นที่สูงทางตอนกลาง ที่ราบลุ่มทางทิศเหนือ และพื้นที่ภูเขาทางทิศตะวันตกของอำเภอ
ภูเขา ด้านตะวันตกมีเทือกเขาอินทนนท์ ซึ่งมียอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,565.3341 เมตร กั้นเขตแดนระหว่างอำเภอจอมทองและอำเภอแม่แจ่มโดยตลอด
แม่น้ำ มีลำน้ำสำคัญ ได้แก่ ลำน้ำปิง ลำน้ำแม่กลาง ลำน้ำแม่แจ่ม ลำน้ำแม่เตี๊ยะ ลำน้ำแม่แต๊ะ และลำน้ำแม่สอย

ลักษณะภูมิอากาศ

ภูมิอากาศพื้นที่อำเภอจอมทอง แบ่งออกได้เป็น 3 ฤดู ได้แก่ - ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนตุลาคม โดยได้รับอิทธิพลจาก ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ - ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับอิทธิพลจาก ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดพาเอาความหนาวเย็นจากประเทศจีนลงมาปกคลุม ประเทศไทยตอนบน - ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมฝ่ายใต้ สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป อากาศมรสุมเมืองร้อน ช่วง พฤษภาคม - กันยายน มีฝนตกชุก ช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ มีอากาศหนาวและแห้งแล้ง อุณหภูมิประมาณ 9.7 องศา สูงสุดประมาณ 39.6 องศา


การแบ่งเขตการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอจอมทองแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 6 ตำบล 106 หมู่บ้าน ได้แก่
ลำดับที่ ตำบล จำนวนหมู่บ้าน ประชากรทั้งหมด
(พ.ศ. 2554) [6]
ประชากรในเขตเทศบาล
(พ.ศ. 2554) [6]
1. บ้านหลวง
(Ban Luang)
23 16,276 2,625
13,651
(ทต. จอมทอง)
(ทต. บ้านหลวง)
2. ข่วงเปา
(Khuang Pao)
15 10,895 5,052
5,843
(ทต. จอมทอง)
(อบต. ข่วงเปา)
3. สบเตี๊ยะ
(Sop Tia)
21 12,535 12,535 (ทต. สบเตี๊ยะ)
4. บ้านแปะ
(Ban Pae)
20 11,986 11,986 (ทต. บ้านแปะ)
5. ดอยแก้ว
(Doi Kaeo)
12 5,359 1,507
3,852
(ทต. จอมทอง)
(ทต. ดอยแก้ว)
6. แม่สอย
(Mae Soi)
15 8,925 8,925 (ทต. แม่สอย)
รวม 106 65,976 65,976

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอจอมทองประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่

สถานศึกษา

ธนาคาร

  • ธนาคารออมสิน สาขาจอมทอง ,สาขาย่อย โรงเรียนจอมทอง
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจอมทอง
  • ธนาคารกสิกรไทย สาขาจอมทอง
  • ธนาคารกรุงไทย สาขาจอมทอง
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาจอมทอง , สาขาแม่สอย
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาจอมทอง

ตลาดที่สำคัญ

  • ตลาดสดเทศบาลตำบลจอมทอง
  • กาดแลงหน้อย
  • กาดเจ้าหน้อย
  • ตลาดโชคเจริญ
  • ตลาดแม่ดวงดีสามแยกขึ้นดอยอินทนนท์
  • ตลาดจำหน่ายดอกไม้ พืชผัก ผลไม้เมืองหนาว ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกของหมู่บ้านม้งขุนกลาง หลัก ก.ม.ที่ 31 ถ.จอมทอง - อินทนนท์
กาดนัด
  • กาดอังคาร ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอจอมทอง บริเวณศูนย์การค้าสมายเพลส จอมทอง
  • กาดพุธ บ้านหนองอาบช้างและบ้านห้วยน้ำดิบ
  • กาดผัด บ้านสบเตี๊ยะและบ้านสบแจ่มฝั่งซ้าย
  • กาดศุกร์ หน้าที่ว่าการอำเภอจอมทองและบริเวณหน้าเทศบาลตำบลบ้านแปะ
  • กาดเสาร์ บริเวณบ้านสบเตี๊ยะและบ้านดงหาดนาค และบริเวณศูนย์การค้าสมายเพลส จอมทอง

การคมนาคม

อำเภอจอมทองตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ บนถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ระยะทางห่างจากเชียงใหม่ 58 กิโลเมตร[7] เส้นทางเชื่อมต่ออำเภอจอมทอง
  • ทางหลวงแผ่นดิน
  • ทางหลวงชนบท
    • ทางหลวงชนบท บ้านหนองล่อง – ท่าศาลา
    • ทางหลวงชนบท บ้านทุ่งปูน – ท่ามณี
    • ทางหลวงชนบท แยกทางหมายเลข 1009 – บ้านเมืองกลาง
    • ทางหลวงชนบท บ้านแท่นดอกไม้ – บ้านดงหาดนาค
    • ทางหลวงชนบท บ้านสบเตี๊ยะ - บ้านแพะดินแดง
    • ทางหลวงชนบท บ้านวังน้ำหยาด - บ้านแม่สอย
    • ทางหลวงชนบท บ้านสบแปะ - ถ้ำตอง
    • ทางหลวงชนบท บ้านทุ่งปูน-บ้านแม่เตี๊ยะ
    • ทางหลวงชนบท บ้านแม่สอย-บ้านสบแจ่มฝั่งซ้าย
    • ทางหลวงชนบท บ้านแม่กลางบ้านลุ่ม-ดอยแก้ว
    • ทางหลวงชนบท บ้านสบแปะ-ขุนแปะ
    • ทางหลวงชนบท บ้านบนพัฒนา-บ้านป่ากล้วยพัฒนา
    • ทางหลวงชนบท บ้านท่าศาลา-บ้านดงหลวง
    • ทางหลวงชนบท บ้านเมืองกลาง-บ้านป่ะหัวเสือ
    • ทางหลวงชนบท บ้านน้ำลัด-น้ำตกแม่ยะ

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

  • แหล่งดูนกบนดอยอินทนนท์
ศูนย์บริการข้อมูลนกอินทนนท์ (ร้านลุงแดง) ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 31 หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง ให้บริการด้านข้อมูลนกในดอยอินทนนท์ เช่น สมุดบันทึกการพบนกในดอยอินทนนท์ ภาพวาดลายเส้นของนักดูนกท่านต่างๆแผนที่เส้นทางดูนกดอยอินทนนท์ ภาพถ่าย สไลด์เกี่ยวกับนก ฯลฯ ให้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
  • กิ่วแม่ปาน
เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์ ทางเข้าอยู่กิโลเมตรที่ 42 ด้านซ้ายมือ ระยะทางเดิน 3 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินจะพบป่าดิบเขา (Hill Evergreen) ก่อนผ่านเข้าสู่ทุ่งหญ้าซึ่งเคยเป็นพื้นที่ป่าถูกทำลาย เพื่อเป็นการศึกษาลักษณะการเกิดผลกระทบต่อเนื่องบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ ป่า สมบูรณ์กับพื้นที่ถูกทำลาย (edge effect) หลังจากนั้นทางเดินจะเลาะริมผา มีไอหมอกปลิวผ่านตลอดเวลา สองข้างจะพบดอกกุหลาบพันปี หรือ Rhododendron (ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ขึ้นตามป่าในระดับสูง มีพันธุ์ดอกสีขาวและสีแดง เวลาออกดอกช่วงแรกมีลักษณะเหมือนปลีกล้วย ก่อนที่จะบานเต็มต้นในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ พบมากในแถบเทือกเขาหิมาลัยและเป็นไม้ประจำชาติของเนปาลด้วย) มองลงไปยังเบื้องล่างจะพบทัศนียภาพที่งดงามของอำเภอแม่แจ่ม
การใช้เส้นทางนี้ต้องลงทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้ใช้เส้นทางจากหัวหน้า อุทยานฯ และควรจัดกลุ่มละไม่เกิน 15 คน ทางอุทยานฯไม่อนุญาตให้นำอาหาร เข้าไปรับประทานในเส้นทาง และจะปิดเส้นทางเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว ไม่อนุญาตให้เข้าไปท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึงวันที่ 30 ตุลาคม ของทุกปี
  • โครงการหลวงอินทนนท์
ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านขุนกลาง ตำบลห้วยหลวง อำเภอจอมทอง เดินทางตามเส้นทางสู่ ดอยอินทนนท์ ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวงหมายเลข 1009 มีทางแยกขวามือเข้าสู่โครงการฯ อีกประมาณ 1 กิโลเมตร โครงการหลวงอินทนนท์ รับผิดชอบส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้แก่ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และชาวเขาเผ่าม้งในพื้นที่ ผลิตผลหลักของโครงการ คือ ไม้ดอกเมืองหนาวต่างๆ เช่น คาร์เนชั่น เบญจมาศ สแตติส ยิบโซ เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชม แปลงปลูกดอกไม้ ห้องทดลองทำการเพาะขยายพันธุ์ และยังสามารถแวะชม แปลงปลูกดอกไม้ของชาวเขาในหมู่บ้านซึ่งอยู่บริเวณปากทางเข้าโครงการฯ ได้ด้วย
  • ถ้ำบริจินดา
เป็นถ้ำใหญ่อยู่ในเทือกเขาดอยอ่างกาหรือดอยอินทนนท์ ใกล้กับน้ำตกแม่กลาง ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 8.5 ของทางหลวงหมายเลข 1009 จะเห็นทางแยก ขวามือมีป้ายบอกทางไปถ้ำบริจินดา ภายในถ้ำมีความลึกหลายกิโลเมตร เพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อย หรือชาวเหนือเรียกว่า นมผา มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในถ้ำด้วย นอกจากนั้น ยังมีธารหิน เมื่อมีแสงสว่างมากระทบจะเกิดประกายระยิบระยับ ลักษณะของถ้ำเป็นถ้ำทะลุสามารถมองเห็นภายในได้ถนัด เพราะมีอุโมงค์ซึ่งแสงสว่างลอดเข้ามา บริเวณปากถ้ำจะมีป้าย ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อธิบายประวัติการค้นพบถ้ำนี้
  • น้ำตกแม่กลาง
เป็นน้ำตกในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีขนาดใหญ่ชั้นเดียว สูงประมาณ 100 เมตร ต้นน้ำอยู่บนดอยอินทนนท์ มีน้ำไหลตลอดปี มีความสวยงามตามธรรมชาติ รอบๆ บริเวณร่มรื่นน่าพักผ่อน การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง 1009 ไปอีก 8 กิโลเมตร แยกซ้าย 500 เมตร เป็นทางลาดยางตลอด
  • น้ำตกแม่เตี๊ยะ
ตั้งอยู่ที่ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติ ออบหลวง น้ำตกแม่เตี๊ยะตั้งอยู่บริเวณกลางป่าลึก ตัวน้ำตกสูงประมาณ 80 เมตร กว้างประมาณ 15 เมตร น้ำตกมีทั้งหมด 4 ชั้น มีระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ชาวสบเตี๊ยะนำน้ำจากที่นี่ไปใช้ในการเกษตร เหมาะสำหรับเป็นแหล่ง ศึกษาธรรมชาติ การเดินทาง จากเชียงใหม่โดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ถึงอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาข้างที่ว่าการอำเภอ หรือเลี้ยวขวาข้างวัดสบเตี๊ยะ มีระยะทางโดยรวม 15 กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทาง เชียงใหม่-จอมทอง จากนั้นต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
  • น้ำตกแม่ปาน
ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มประมาณ 16 กิโลเมตร แยกจากทางหลวงหมายเลข 1009 ตรงด่านตรวจกิโลเมตรที่ 38 ไปตามเส้นทางสายอินทนนท์-แม่แจ่ม (ทางหลวงหมายเลข 1192) ประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตก แยกเข้าไปอีก 9 กิโลเมตร เป็นทางลูกรังในช่วงหน้าฝนทางลำบากมาก ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น และจากจุดจอดรถต้องเดินต่อไปอีก ประมาณ 10 นาที จึงจะถึงตัวน้ำตก น้ำตกแม่ปานนับว่าเป็นน้ำตก ที่ยาวที่สุดของเชียงใหม่ก็ว่าได้ น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาซึ่งสูงกว่า 100 เมตร เป็นทางยาว เบื้องล่างมีแอ่งน้ำหลายแอ่งผู้มาพักผ่อนลงอาบเล่นได้
  • น้ำตกแม่ยะ
เป็นน้ำตกในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีขนาดใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่ง เพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน 280 เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้นๆ เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง อีกทั้งบริเวณรอบๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบ และมีศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวตั้งอยู่ด้วย บริเวณน้ำตกสะอาด และจัดการพื้นที่ได้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง 1009 ไปประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไป 15 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 600 เมตร
  • น้ำตกวชิรธาร
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ ตาดฆ้องโยง ตัวน้ำตกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 750 เมตร น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง การเดินทาง จากเชิงดอยอินทนนท์ขึ้นไปถึงกิโลเมตรที่ 21 จะเห็นป้ายบอกทางแยกขวาเข้าน้ำตก ลงไป 500 เมตร ถนนจะถึงที่ตัวน้ำตก อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางเดิมอยู่เลยจาก ทางแยกแรกไปประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามป้ายและเดินจากลานจอดรถ ลงไปอีก 351 เมตร หากใช้เส้นทางนี้จะได้สัมผัสกับงามของธรรมชาติรอบด้าน ตลอดทางเดิน
  • น้ำตกสิริภูมิ
เป็นน้ำตกซึ่งไหลมาจากหน้าผาสูงชันเป็นทางยาว สามารถมองเห็นได้จากถนนขึ้นดอยอินทนนท์ตรงที่ทำการอุทยานฯ จะเห็นเป็นสายน้ำตกแฝดไหลลงมาคู่กันแต่เดิมเรียกว่า เลาลี ตามชื่อของหมู่บ้านม้ง (แม้ว) เลาลี ซึ่งอยู่ใกล้ๆ น้ำตก น้ำตกสิริภูมิตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวงหมายเลข 1009 มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร แต่รถไม่สามารถเข้าไปใกล้ตัวน้ำตกได้ นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเข้าไปบริเวณด้านล่างของน้ำตก
  • น้ำตกห้วยทรายเหลือง
เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีน้ำไหลแรงตลอดปี และไหลจากหน้าผาลงมาเป็นชั้นๆ ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน อยู่ห่างจากถนนสายดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม ประมาณ 21 กิโลเมตร และแยกซ้ายเข้าไปสภาพทางเป็นดินลูกรังช่วงหน้าฝนต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
ตั้งอยู่บนกิโลเมตรที่ 41.5 ทางด้านซ้ายมือ สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทย โดยพระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2530 และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2535 พระมหาธาตุทั้ง 2 องค์นี้ มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน คือ ฐานเป็นรูป 12 เหลี่ยม มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น 2 ระดับ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปบูชา รอบบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์โดยรอบได้อย่างสวยงาม
  • น้ำตกสิริธาร นอกจากความสวยงามของน้ำตกแล้วที่นี่ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิด รวมทั้งปลาหายาก เช่นปลาค้างคาว ป่าบริเวณนี้เป็นป่าเต็งรังผสมสนเขาและป่าดิบแล้ง นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งสมุนไพรที่สำคัญอีกด้วย
  • ยอดดอยอินทนนท์
จุดสิ้นสุดของเส้นทางสายนี้ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,565 เมตร) มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นที่ตั้งของสถานีเรด้าร์ของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปพระ เจ้าอินทวิชยานนท์ กษัตริย์แห่งนครเชียงใหม่ (ในฐานะประเทศราชของสยามเรียกตำแหน่งนี้ว่าเจ้าผู้ครองนคร) องค์ที่ 7 ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของป่าไม้และหวงแหน ดอยหลวงเป็นอย่างมากต้องการที่จะอนุรักษ์ไว้จนชั่วลูกชั่วหลาน ท่านผูกพันกับที่นี่มากจึงสั่งว่าหากสิ้นพระชนม์ไปแล้วก็ขอให้แบ่งเอาอัฐิ ส่วนหนึ่งมาไว้ที่นี่
  • อ่างกาหลวง
เส้นทางนี้ศึกษาธรรมชาติเส้นนี้ สำรวจวางแนวและออกแบบเส้นทางเดินโดย คุณไมเคิล แมคมิลแลน วอลซ์ นักสัตววิทยาและอาสาสมัครชาวแคนาดาประจำอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานและทุ่มเทให้กับอินทนนท์ เขาได้เสียชีวิตที่นี่ด้วยโรคหัวใจ คติข้อหนึ่งของคุณไมค์คือ รักโลกนี้เสมอไปทำงานเพื่อปกป้องแต่ต้องไม่ลืมหาความสุขจากมันด้วย
  • จุดชมทิวทัศน์อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 41
ถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันกว้างไกลของขุนเขาสลับซับซ้อน โดยเฉพาะยามเช้าจะมีทะเลหมอกปกคลุมเหนือหุบเขา จากจุดชมทิวทัศน์สามารถมองเห็นพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริสูงเด่นอยู่คู่กัน
  • อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า ดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า ดอยอ่างกา ที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่หลักกิโลเมตรที่ 31 เส้นทางหลวงหมายเลข 1009 ถนนจอมทอง-อิทนนท์ บ้านขุนกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณโดยรอบมีอากาศหนาวเย็น และมีธรรมชาติที่สวยงาม และมีสนามหญ้าโล่งกว้าง เหมาะแก่การพักผ่อนกางเต๊นท์[8]
  • น้ำตกแม่จอน
เกิดจากห้วยแม่จอนหลวง อยู่ในเขตตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 สายฮอด-แม่สะเรียง ตรงกิโลเมตรที่ 9 เดินตามลำห้วยแม่จอนเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ลักษณะของน้ำตกนี้เป็นหน้าผาที่กว้างใหญ่มีความสูงไม่น้อยกว่า 100 เมตร ความกว้างประมาณ 80 เมตร หินบนน้ำตกเป็นหินแกรนิตผสมหินแปรสีขาวเจือสีเทาอ่อน สูงขึ้นไปยังมีน้ำตกเล็กๆอีกสองชั้น อยู่ห่างประมาณ 500 เมตรและ 1,500 เมตรตามลำดับ
  • ถ้ำตอง
อยู่ในท้องที่ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง "ดอยผาเลียบ" เป็นภูเขาหินแกรนิตและหินปูนที่มีรูปร่างเหมือนถูกผ่าครึ่งแล้วแยกกันอยู่คน ละฝั่งลำน้ำแม่แปะ ซีกที่อยู่ทางฝั่งขวามีถ้ำลึกที่มีตำนานเล่าขานกันว่า ถ้ำนี้เป็นอุโมงค์หินที่มีความยาวมาก กล่าวว่าทะลุถึงดอยเชียงดาวทางเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ทีเดียว บริเวณปากอุโมงเป็นคูหาขนาดประมาณ 5 x 10 เมตร สูง 3 เมตร ลึกเข้าไปจากนั้นเป็นโพรงหินเล็กๆขนาดพอตัวคนคลานเข้าไปได้ สภาพภายในคูหาปากถ้ำถูกสกัดตกแต่งใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของสำนัก วิปัสสนาถ้ำตอง โดยรอบๆในหุบเขาร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่าดงดิบที่มีขนาดใหญ่ๆเช่น มะม่วงป่า ตะเคียนทอง มะหาด กระท้อน หน้าถ้ำมีธารน้ำแม่แปะไหลผ่าน ต้นแม่น้ำแปะห่างจากถ้ำตองขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตรมีน้ำตกเล็กๆ เรียกว่า น้ำตกวังคำ
  • ถ้ำตุ๊ปู่
อยู่ในท้องที่ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง เป็นถ้ำหินปูนขนาดเล็ก ปากถ้ำแคบ กว้างยาวประมาณ 1 x 1.5 เมตร ต้องนั่งยองๆเข้าไป ภายในกว้างขวางรูปร่างค่อนข้างกลมเหมือนคนโทขนาดใหญ่ มีน้ำหยดจากเพดานถ้ำตลอดเวลา ทำให้เกิดหินงอกหินย้อยอยู่ทั่วไป ตรงเพดานค่อนข้างไปทางก้นถ้ำทะลุเป็นวงกลมใหญ่ๆ 3 ช่องติดกัน จึงทำให้ถ้ำสว่างไสวไม่มืดทึบเหมือนถ้ำโดยทั่วไป[9]

ฤดูกาลท่องเที่ยว

ดอยอินทนนท์สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูร้อน เดือนมีนาคม–พฤษภาคม แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่บนยอดดอยยังมีอากาศเย็นสบาย มีน้ำตกน้อยใหญ่ที่มากที่สุดแห่งของประเทศไทยและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ของนักท่องเที่ยว อาทิเช่น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ เป็นต้น ฤดูฝน เดือนมิถุนายน–กันยายน ฝนตกชุกเพิ่มความชุ่มชื้นให้ป่า ชมสายหมอกและละอองฝนที่ผสานความสวยงามกลมกลืนกัน ฤดูหนาว เดือนตุลาคม–กุมภาพันธ์ อากาศค่อนข้างหนาว ฝนเริ่มลดน้อยลง และมีอากาศหนาวจัดที่สุดในช่วงเดือนมกราคม ซึ่งเป็นฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวมากที่สุด ในตอนกลางคืนอุณหภูมิจะลดต่ำกว่า 0 ถึง -7 องศาเซลเซียส อุณหภูมิอาจติดลบในบางปี ทำให้เกิดน้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิ้ง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็ เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยว ตามแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกบนยอดดอยอินทนนท์ เป็นที่ผ่อนคลายความร้อนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันมีโรงแรมและรีสอร์ทจำนวนมากในเมืองจอมทอง มีสิ่งอำนวยสะดวกครบครัน รองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อน

อ้างอิง


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล และที่มา : Wikipedia สารานุกรมเสรี


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

กิจกรรม และงาน


รวมแรงร่วมใจกันพัฒนาวัดดอยแก้ว 

เป็นความร่วมมือพร้อมเพรียงกันจากคณะศรัทธา และคณะกรรมการของวัด



คลังภาพ



พระครูสีหธรรมจารีย์

 photo E040E230E390E1A0E320E2A0E340E070E2B0E4C0E420E150_zpsd3475318.jpg

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

แผนที่วัดดอยแก้ว






แผนที่วัดดอยแก้ว



 photo E410E1C0E190E170E350E480E400E0A0E350E220E070E430E2B0E210E480-E080E2D0E210E170E2D0E070_zps9357569c.jpg

ทางหลวง เชียงใหม่ - ฮอด 




 photo E270E310E140E140E2D0E220E410E010E490E270_zps1e5a61de.jpg


วัดดอยแก้ว

ประวัติ พระครูปิยสีลโสภิต (เจ้าอาวาสปัจจุบัน)



ประวัติ พระครูปิยสีลโสภิต

             

          ประวัติ พระครูปิยสีลโสภิต (ครูบาคำปัน กนฺตสีโล)

เว็บไซต์พุทธศาสนา






รายชื่อวัดไทย ทั่วประเทศ
http://www.angelfire.com/nm/analai2/parknana.html
รายชื่อพระอารามหลวง ทั่วประเทศ
http://www.dhammathai.org/watthai/listroyalwat.php
รายชื่อวัดไทย ทั่วโลก
www.palungjit.com/buddhism/temple/
สถานปฏิบัติธรรม ทั่วประเทศ
http://xchange.teenee.com/index.php?showtopic=52058
มูลนิธิ สถาบันแม่ชีไทย
http://www.thainun-foundation.org
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง
http://www.gongtham.net/web/news.php

พิพิธพัณฑ์กรรมฐาน. สมเด็จพระสังฆราช สุก(ไก่เถื่อน)วัดราชสิทธาราม(วัดพลับ) คณะ ๕ http://www.somdechsuk.com/index.php
รวมเรื่องราวสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา มากมาย. 
          http://portal.in.th/i-dhamma/pages/10265/
ทศพิธราชธรรม 10 ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงบำเพ็ญมาโดยสม่ำเสมอ ได้แก่ ทาน ศีล บริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร (ตบะ) ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน (ขันติ) และความเที่ยงธรรม ราชธรรม 10 ประการนี้เรียกว่า "ทศพิธราชธรรม" 
          http://www.dhammajak.net/ratchathum/index.php
ธรรมะไทย.
รายงานกิจกรรมและข่าวสารทางพุทธศาสนา ให้ความรู้เกี่ยวกับ ศีล, ทาน, สมาธิ, วิปัสสนา, กรรม และกวีธรรมะ มีธรรมะพุทธศาสตร์ พุทธศิลป วัฒนธรรม ประเพณีไทย รวมทั้งแนะนำวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
http://www.dhammathai.org/
พระพุทธออนไลน์.
ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนา หลักธรรม พุทธประวัติ ศาสนพิธี การเผยแพร่ศาสนา มารยาทของชาวพุทธ มงคลชีวิต และสุภาษิตทางพระพุทธศาสนา 
          http://www.geocities.com/praputonline1999
สำนักข่าวชาวพุทธ.
แนะนำธรรมะสำหรับดำเนินชีวิตประจำวัน รวมเรื่องขำขัน ถามตอบปัญหา และบทความเกี่ยวกับพุทธศาสนา ฯลฯ
http://www.budpage.com/
พลังสมาธิชั้นสูง.
เว็บไซต์เกี่ยวกับการสมาธิชั้นสูง ความหมายของจิตเข้มแข็งกับพลังจิต สมาธิจิตภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ กฎแห่งกรรม สิ่งที่ควรละในการปฏิบัติสมาธิ วิธีปฏิบัติให้เกิดพลังสมาธิ สัจจะ พลังธาตุ ไตรลักษณ์
http://www.geocities.com/knowledge_meditation/
พุทธทาส.คอม
รวบรวมประวัติ ผลงาน บทความ หลักธรรม กระทู้ธรรม ธรรมะในคำกลอน หนังสือธรรมะ ปุจฉา-วิสัชนา และธรรมบรรยายต่างๆ ของท่านอาจารย์พุทธทาส
http://www.buddhadasa.com/
ลานพุทธศาสนา.
รวบรวมเรื่องราวของศาสนาพุทธ ไม่ว่าจะเป็นพระไตรปิฎก พุทธประวัติ ทศชาติชาดก การปฏิบัติกรรมฐาน เอตทัคคะ นิทานญี่ปุ่น นิทานอิสป เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทั้งของไทยและญี่ปุ่น และมีห้องสนทนา เว็บบอร์ดไว้บริการ
http://www.larnbuddhism.com/
วัดป่าดอทคอม.
รวบรวมวัดป่ากรรมฐาน-ประวัติพระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม ประชาสัมพันธ์งานบุญวัดป่ากรรมฐานทั่วประเทศ กิจกรรมปฏิบัติธรรม เว็บบอร์ดสนทนาธรรม ฯลฯ
http://www.watpa.com/
พระธรรมคำสั่งสอน.
รวบรวมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา อานิสงส์ในการทำบุญ ศัพท์พุทธศาสนาไทย-อังกฤษ กฎแห่งกรรมและข้อคิด สุภาษิตทางพุทธศาสนา ฯลฯ
http://www.geocities.com/skychicus/
มิติที่ 4.
รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการฝึกจิต การดับทุกข์ ตัดกรรม วิธีแผ่เมตตา ทำบุญ วิธีหลับอย่างมีความสุข วิธีเพิ่มความสุขเพิ่มพลังชีวิต และกระดานถาม-ตอบปัญหาสภาวะทางจิตและทางธรรม ฯลฯ
http://www.mtt4.com/
เสถียรธรรมสถาน.
รวบรวมประวัติความเป็นมาของเสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๔/๕ ซอยวัชรพล รามอินทรา ๕๕ กรุงเทพ ฯ รวมทั้ง วัตถุประสงค์ แผนที่การเดินทาง กิจกรรม วิถีชีวิตประจำวัน จุดเยี่ยมชม บทความมองนอก ... ดูใน ฯลฯ
http://www.sathira-dhammasathan.org/
ธรรมวาไรตี้.
เว็บบอร์ดธรรมะ Chat Room บทความธรรมะ อดีตชาติของพระพุทธเจ้า พุทธประวัติ พุทธสุภาษิต ฯลฯ
http://enjoydhamma.pantown.com/
คิดดี ทำดี จิตดี.
รวบรวมเรื่องราวของจิต วิญญาณ เรื่องเร้นลับ เรื่องที่ไม่สามารถหาคำตอบจากที่อื่นได้ รวมทั้ง บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเชื่อ จิต วิญญาณ เรื่องเร้นลับ เรื่องการทำสมาธิ บทสวดมนต์ การทำสมาธิที่ก้าวหน้า และเรื่องที่เป็นประโยชน์กับชีวิต ฯลฯ
http://www.extrasoul.com/
ฝึกสมาธิแล้วดีอย่างไร.
รวบรวมประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกสมาธิของบุคคลต่างๆ ความรู้เกี่ยวกับความงามภายในจากธรรมะ และสวยใสด้วยสมุนไพรปราศจากสารเคมีและสารกันบูด รวมทั้ง รวบรวมเว็บไซต์วัดไทยในประเทศและต่างประเทศ ฯลฯ
http://meditation14.tripod.com/
BUDDHISM THAILAND.
รวบรวมเสียงพระธรรมเทศนาและหนังสือธรรมของหลวงพ่อชา สุภัทโท, ปุจฉา-วิสัชนาของครูบาอาจารย์, ข่าวประชาสัมพันธ์ รวมทั้ง ประวัติพระพุทธรูปสำคัญของไทย ประวัติพระอริยสงฆ์ไทย ตลอดจน หนังสือธรรมะ และอัลบั้มภาพของครูบาอาจารย์ ฯลฯ
http://www.buddhismthailand.com/
พระรัตนตรัย.คอม
รวบรวมคำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี และเชิญฟังคำสอนออนไลน์ของหลวงพ่อ รวมทั้ง ศูนย์ข้อมูลวัดท่าซุง กระดานสนทนาธรรม ฯลฯ
http://www.praruttanatri.com/

.....แล้วจะสรรหาสาระธรรม นำมาเพิ่มเติมอีกครับ ขอให้ทุกท่านมีความเจิญในทางธรรมยิ่งๆขึ้นไปครับ.....

ทะเนียบเจ้าอาวาส วัดดอยแก้ว

 

รายชื่อเจ้าอาวาส วัดดอยแก้ว




   ๑. ครูบาทาริยะ         

   ๒. ครูบาโพธิ์         
   ๓. ภิกษุแปง                       
   ๔. ภิกษุสา ภทฺธิโย          
   ๕. ภิกษุตั๋น สุเมโธ         
   ๖. ภิกษุมูล จารุวณฺโณ         
   ๗. ภิกษุสี ภสฺสโร         
   ๘. พระครูสีหธรรมจารีย์ (ครูบาสิงห์โต สุธมฺโม) พ.ศ.๒๕๐๐ - พ.ศ.๒๕๕๔               
   ๙. พระครูปิยะสีลโสภิต (ครูบาคำปัน กนฺตสีโล) เจ้าอาวาสปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๕๔ - 


******************************

ประวัติ ครูบาสิงห์โต สุธมฺโม

 

ประวัติ พระครูสีหธรรมจารีย์

(ครูบาสิงห์โต สุธมฺโม)


บทนำ

ถ้ากล่าวถึงพระอดีตอริยสงฆ์แห่งล้านนาแล้ว  คงไม่มีใครไม่รู้จักครูบาเจ้าศรีวิชัย  ผู้นำการก่อสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ  และพัฒนาวัดวาอารามอีกเป็นจำนวนมาก และในยุคถัดมาก็มีหลวงปู่แหวน สุจินโณ วัดดอยแม่ปั๋งเป็นที่พึ่งทางใจของคนไทยทั่วประเทศ แทบคาบเกี่ยวในยุคเดียวกันก็มีพระวิปํสสนาจารย์ใหญ่นาม หลวงปู่ครูบาพรหม หรือที่หลายคนเรียกท่านว่าครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า ผู้สร้างหน่อเนื้อนาบุญไว้อย่างมากมาย จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ใครเลยจะรู้เล่าว่ามีพระอริยสงค์รูปหนึ่งช่างมีบุญเหนือบุญ  ที่ได้เป็นศิษย์สืบทอดบุญญาบารมีของอริยสงฆ์ทั้งสามท่านนี้ไว้... พระสงฆ์รูปนั้นก็คือ หลวงปู่ครูบาสิงห์โต  สุธมฺโม  อริยสงฆ์ลงดอยยุคปัจจุบัน.....


ชาติกำเนิดการบวช ปฏิบัติและศึกษาพระเวทย์

หลวงปู่ครูบาสิงห์โต สุธมมฺโม ศิริอายุรวม ๙๒ ปี เกิดที่ ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่วันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ เป็นบุตรชายคนโต และคนเดียวในพี่น้อง ๕ คน ของ พ่อคำ แม่ปุ้ด ทิพย์พรหมา บ้านของท่านมีอาชีพทำนา และโยมพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน ต่อมาเมื่อท่านอายุ ๑๐ ขวบ หลวงปู่แก้ว หลวงปู่แหวน หลวงปู่ตื้อ ได้รุกขมูลมาจากอีสานแล้วมาปักหลักปฏิบัติธรรม ณ.ดอยโมคคัลลาน์ ซึ่งไม่ห่างไปจากบ้านของหลวงปู่มากนัก เป็นเหตุให้โยมพ่อของท่าน ได้มีโอกาสรู้จักกับหลวงปู่แก้ว  หลวงปู่แก้วจึงขอเด็กชายสิงห์โตไปอยู่อุปฐาก หลวงปู่แหวน  เมื่อไปอยู่แล้ว หลวงปู่แหวนท่านก็สอนให้นั่งปฏิบัติธรรมอยู่กว่าขวบปี จนทำให้เด็กชายสิงห์โต เกิดความชอบ ปฏิบัติรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะเด็กนั้นยังมีใจที่บริสุทธิ์สะอาดปราศจากอกุศลจิต  ต่อมาเมื่อหลวงปู่แหวนได้จาริกไปที่อื่น หลวงปู่จึงขอให้โยมพ่อพาไปบวชเณรที่ วัดพระธาตุศรีจอมทอง เมื่ออายุ ๑๒ ปี  โดยมี  พระครูพุทธศาสตร์สุประดิษฐ์   วัดพระธาตุศรีจอมทอง เป็นผู้บรรพชา บวชแล้วก็อยู่ปฏิบัติ กับครูบาคันธา ณ.วัดดอยแก้ว กระทั่ง ๒ ปีถัดมา ครูบาคันธา (เจ้าอาวาสวัดดอยแก้ว ภายหลังไปปกครองวัดวังจำปา)  ก็พาท่านขึ้นไปสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ และปฏิบัติธรรมร่วมกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย  ทำให้ท่านได้มีโอกาสเรียนปฏิบัติตามแนวทางของ ครูบาเจ้าศีวิชัย จนกระทั่งแล้วเสร็จจึงกลับมาเรียนอักขระล้านนา ค้นคว้าปั๊ปสา (คัมภีร์พระเวทย์) ก่อนเดินทางไปเรียนอาคมอีสานกับหลวงปู่แก้ว เรียนอาคมสายเหนือไทยใหญ่กับ ครูบาจินา วัดท่าข้ามใต้ ที่อ.ฮอด พอกลับมาพ่อหนานตัน  ฆราวาสเรืองเวทย์แห่งดอยแก้ว ซึ่งเฝ้าดูสามเณร  สิงห์โต อยู่นาน  แล้วก็ได้ตัดสินใจถ่ายทอดสรรพวิชาทางเสน่ห์เมตตามหานิยมให้ทั้งหมด ส่วนวิชามหาอำนาจหลวงปู่ฯนั้น  ได้รับการถ่ายทอดวิชาเสือเยน (เสือสมิง) มาจากพราน กระเหรี่ยงสบเตี๊ยะ  ต่อมาจึงได้อุปสมบทที่  วัดพระธาตุศรีจอมทองโดยมี พระสุวรรณโมลี  เป็นอุปํชฌาย์ จากนั้นก็ได้ไปเรียนปฏิบัติวิปํสสนาชั้นสูงกับ ครูบาพรหม วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน สำเร็จแล้วได้ออกปฏิบัติธรรม  ณ.ดอยอินทนนท์ โปรดชาวเขาให้เลิกนับถือผีมานับถือพุทธศาสนาเป็นเวลา ๔ ปี  พอกลับมาก็ได้เป็นเจ้าอาวาส  และพัฒนาวัดดอยแก้ว  จนบริบูรณ์ดังปัจจุบัน

พระผู้นำในการพัฒนา

สร้าง โรงพยาบาลประจำ อ.จอมทอง สมัยที่ท่านได้รับการแต่งตั้ง เป็นพระอธิการสิงห์โต   เจ้าอาวาสวัดดอยแก้ว ขณะนั้นทางราชการกำลังพัฒนาสถานีอนามัยให้เป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ  หลวงปู่ครูบาสิงห์โตได้เห็นความสำคัญดังกล่าวเช่นกัน จึงได้รวบรวมศรัทธาประชาชนวัดดอยแก้วร่วมจัดหาสถานที่เพื่อสร้างโรงพยาบาลอ. จอมทองจนสำเร็จ

สร้างถนนขึ้นดอย ท่านริเริ่มก่อสร้างถนนไปสู่หมู่บ้านแม่เตี้ยะ  เพื่อให้ชาวเขาได้มีโอกาสลงมาทำมาค้าขาย และรักษาพยาบาลตอนเจ็บป่วย รวมทั้งเด็กๆนั้น จะได้รับการศึกษา  เป็นผลงานที่ทำจากหมู่บ้านสู่หมู่บ้าน หมู่บ้านสู่ตำบล จนทางราชการเข้าร่วมช่วยเหลือ ให้เป็นถนนลาดยาง

สร้างสะพานคอนกรีต ข้ามแม่น้ำแม่กลางสู่ตัวอำเภอจอมทอง

สร้างเตาเผาศพ  โดยเปลี่ยนจากการเผากลางแจ้งแบบชาวบ้าน  เป็นเตาเผาไฟฟ้า
การพัฒนาดังกล่าวข้างต้น  นับว่าเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ทางราชการ และคณะสงฆ์ ร่วมกันถวายสมณศักดิ์ให้ท่านเป็น  พระครูสีหธรรมจารี และขอให้ท่านเป็นเจ้าคณะตำบลดอยแก้วแต่ท่านปฏิเสธ

วัตรปฏิบัติ และปฏิปทา

วัตรปฏิบัตร แม้วัยจะล่วงเลยเข้าอายุ ๙๐ ปีแล้วก็ตาม  หลวงปู่ยังเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ   ตื่นตีสามทำวัตรสวดมนต์ปฏิบัติสมาธิสม่ำเสมอ  ออกเดินบิณฑบาตรทุกเช้า  แม้กระทั่งมาอยู่จ.อยุธยาก็ยังเดินบิณฑบาตรทุกวัน  ชาวบ้านเห็นแล้วศรัทธาใส่บาตรกันมาก  มีแม่ค้าปลาดุกในตลาดเจ้าพรหมใส่บาตรหลวงปู่เสร็จร้องไห้โฮเลย คนก็หันไปมองนึกว่าแกถูกปลาดุกยัก แกเห็นคนมองกันมาก ก็เลยบอกว่าปลื้มใจที่มีพระอริยสงฆ์อายุพรรษาสูงขนาดนี้มาบิณฑบาตรโปรดถึงที่ และอีกอย่างที่หลวงปู่ไม่เคยขาดคือท่านไปที่ใด หากเห็นรูปเคารพพระพุทธเจ้า เป็นอันต้องยกมือไหว้และสวดงึมงำทุกครั้ง  การขบฉันของท่านปกติจะฉันอาหารอ่อนๆมื้อเช้ามื้อเดียว แล้วฉันน้ำผึ้งกับนมสด มะนาวแต่ถ้าต้องไปงานก็อนุโลมฉันเพลด้วย  บางครั้งท่านฉันน้ำผึ้งนมสดแก้วเดียวอยู่ไป ๓ วันโดยไม่ฉันอะไรอีกเลย และร่างกายก็ยังสดชื่นเหมือนเดิม มีคนเคยถามท่านว่าไม่ฉันข้าวเพิ่มหรือ  ท่านบอกร่างกายมันไม่รับ รับแค่นี้

ปฏิปทา ใครก็ตามที่ได้กราบหลวงปู่ครูบาสิงห์โตต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านเป็นพระที่ความชุ่มเย็น มากเมตตา ตามใจลูกศิษย์ทุกประการไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกยากดีมีจน  ใครขออะไรหลวงปู่ให้หมด  ให้จนบางครั้งบรรดาลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดปฏิบัติท่านเดือดร้อน  ไปตามๆกัน  แต่ท่านก็ยังมีเมตตาต่อไปดังสายน้ำที่ไหลชุ่มฉ่ำตลอดปี  อย่างเช่นหลายกรณีที่เล่าต่อไปนี้

พระขี้ขอ ครั้งหนึ่งที่หลวงปู่ลงรถไฟมาที่สถานีอยุธยา มีพระที่ไม่รู้จักการสมควร เข้าไปขอย่ามท่านเป็นที่ระฤก หลวงปู่ท่านก็มอบให้ จากนั้นพระอุปฐากก็ต้องเดือดร้อนไปซื้อเป้แบบของโยมจากร้านค้าใกล้ๆแถวนั้น มาใส่สิ่งของของท่านแทนย่าม เรื่องราวก็น่าจะจบลงแล้ว แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น พระองค์เดิมเดินกลับมาขอเงินอีก ถ้าเป็นเราพระรูปนั้นคงโดน....แล้ว แต่นี่อะไรหลวงปู่ก็เมตตาถวายปัจจัยให้ไป หลังจากได้ปัจจัยแล้วพระองค์นั้นก็ขอประคำในคอหลวงปู่ท่านอีก  หลวงปู่ท่านก็ถอดถวายให้  พระอุปฐากของหลวงปู่ที่ไปด้วยท่านเล่าให้ญาติโยมฟังอย่างมีอารมณ์ว่าภาพที่ เห็นในวันนั้นคล้ายๆกับหลวงปู่ถูกปล้นมากกว่า ...แต่หลวงปู่บอกว่าเขาอยาก ได้ก็จะถวายให้เขาไป  เหล่าบรรดาสานุศิษย์ที่ได้ฟังเรื่องนี้ต่างกล่าวตรงกันว่าท่านคือหลวงปู่สิงห์โต  หรือพระเวสสันดรกันแน่

โยมขี้ขอ  ด้วยว่าคณะศิษยานุศิษย์ได้สร้างพระขุนแผนหลังติดจีวรเอาไว้สำหรับแจกตอบแทน หัวหน้าคณะผู้นำบุญที่จะสร้าง หอบูรพาจารย์ในภายภาคหน้าและได้นำเอาไปไว้ในห้องท่าน ให้ท่านค่อยๆลงยันต์หัวใจขุนแผนไว้ที่หลังจีวรไปที่ละองค์ และก็เรียนกำชับ หลวงปู่ไว้ว่าห้ามแจกไปก่อน  เพราะเจตนาสร้างไว้เป็นพิเศษกับผู้นำบุญเท่านั้น  เวลาผ่านไปหลายวัน ปรากฏว่าหลวงปู่เพิ่งเขียนไปได้ไม่เท่าไร  ก็มีคนผู้ไม่รู้การอันสมควรบุกเข้า ไปกราบหลวงปู่ถึงในห้องให้หลวงปู่ทำโน่นทำนี่ให้เสร็จแล้วก็ขอโน่นขอนี่จน กระทั่งจะลากลับก็เหลือบไปเห็นพระขุนแผนนี้เข้าก็ขอ ทีแรกก็ขอองค์เดียวพอได้แล้วก็ขออีก ๓ องค์หลวงปู่ท่านก็ให้ไป ทั้งๆที่คณะศิษย์ย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าแจก ท่านก็แจก และในวันนั้นปัจจัยที่มีคนถวายให้หลวงปู่ก็หายไปด้วย แต่ท่านกลับไม่อาทรร้อนใจอะไร ทำให้ศิษย์ใกล้ชิดเดือดร้อนต้องคอยระแวดระวัง และหามาตรการจัดระบบป้องกัน ปัญหาเหล่านี้

ชาวเขาขอหม้อ ที่วัดดอยแก้วนั้นมักจะมีชาวเขาลงมาขออาหารสิ่งของเครื่องใช้ในถังสังฆทานกับหลวงปู่เป็นประจำ แต่มีรายหนึ่งมาขอเครื่องครัวที่เป็นหม้อ กระทะชุดใหม่ๆยังไม่ได้ใช้ (มีคนซื้อมาถวายหลวงปู่) แทนที่หลวงปู่จะอิดออดบอกว่าให้ไม่ได้จะไว้ใช้ในกิจการของวัด  หลวงปู่กลับบอกชาวเขาผู้นั้นให้รีบนำกลับไปเร็วๆก่อนที่ลูกศิษย์ท่านจะกลับ มาเห็น เดี๋ยวจะอด

ขอทานตลาดเจ้าพรหม ตอนที่หลวงปู่ไปบิณฑบาตที่ตลาดเจ้าพรหมมีแม่ค้าประชาชนใส่บาตรกันมากมาย มีอยู่ครั้งหนึ่ง ท่านเดินผ่านขอทาน  ขอทานพนมมือขอตังค์ท่าน หลวงปู่ก็หยุดคุ้ยเขี่ยหาปัจจัยในย่ามท่าน  พวกพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นเหตุการณนี้คงเฝ้าดูด้วยความลุ้นระทึกและต่างนึกในใจ ว่าหลวงปู่คงจะหาเหรียญหรือแบงก์ ๒๐ อยู่เป็นแน่แท้ แต่ที่ไหนได้หลวงปู่เขี่ยหาจนเจอแบงก์ร้อยส่งให้ขอทานไป เท่านั้นหล่ะเสียงสาธุดังลั่นตลาดทีเดียว  ส่วนขอทานถึงกับน้ำตาซึม

ขอให้ตามลูกตามผัวตามเมีย หลายคนที่ประสบเคราะห์กรรมครอบครัวมีปัญหาลูกหนี ผัวทิ้ง เมียจาก เดือดเนื้อร้อนใจกินไม่ได้นอนไม่หลับมาขอให้หลวงปู่ช่วย ท่านก็สงเคราะห์ให้ถ้วนทั่วทุกรายไปจนกระทั่งปัจจุบันอายุท่าน ๙๐ ปี สุขภาพร่างกายท่านเริ่มอ่อนล้าทำมากไม่ค่อยไหวแล้ว ท่านจึงนำวิชาที่เรียนมาทำตะกรุดเทพรำจวนเป็นสื่อให้ไปเรียกกันเอง ตะกรุดนี้โด่งดังมากมีคนเอาไปเรียก แม้กระทั่งลูกหนี้ให้มาชำระหนี้

ขอให้ครอบหัวบรมครูปู่ฤๅษี ๑๐๘ หัวบรมครูปู่ฤๅษีนี้เป็นหัวศักดิ์สิทธิ์ได้รับการปลุกเสกประสาทพรจาก ๑๐๘ เกจิ อาจารย์สายหลักของเมืองไทย ผู้ใดได้ครอบแล้วราวกับว่าได้รับการครอบจากเกจิ อาจารย์ ๑๐๘ รูปในเวลาเดียวกัน  ดังนั้นระหว่างครอบตั้งใจอธิษฐานให้ดีประสพความสำเร็จทุกรายไป  ทำให้วันหนึ่งๆมีผู้เดินทางมาขอให้ท่านครอบเป็นจำนวนมาก เวลาหลวงปู่ท่านครอบต้องเอื้อมมือยืดหลังเป็นเหตุให้ร่างกายวัย ๙๐ ปี ของท่านเมื่อยล้า แต่หลวงปู่ก็ยังคงอดทนทำให้กับทุกคนอยู่ตลอด ทำให้คณะศิษย์ขอร้องหลวงปู่ให้เมตตาทำเฉพาะพิธีสำคัญเท่านั้นเพื่อเป็นการ รักษาสุขภาพ  ปรากฏว่าหลวงปู่ยืนยันว่ายังทำไหว และจะทำทุกวันจนกว่าจะไม่ไหว


ขอให้นั่งหนัก ด้วยว่าพระเก๋ผู้อุปฐากหลวงปู่เป็น ชาวอยุธยารู้จักเชื่อมโยงกับวัดอโยธยาผ่านโยมคนหนึ่ง ไวยาวัจกร วัดนี้ต้องการพระอริยสงฆ์มาจำพรรษาเพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาดึงดูดญาติโยมเข้ามาร่วมสร้างบุญกับวัด จึงอาราธนาหลวงปู่มาจำพรรษา หลวงปู่ก็ได้มีความเมตตาตอบตกลงมานั่งหนัก (นั่งเป็นประธานพัฒนา) ที่วัดอโยธยา จ.อยุธยา

ความศักดิ์สิทธิ์ และอิทธิปาฏิหารย์ในหลวงปู่ครูบาสิงห์โต

ตาทิพย์ พระเก๋ผู้อุปฐากหลวงปู่เล่าว่า เห็นคนมาขอเกศาหลวงปู่กันมาก ตนเองจึงอยากได้บ้าง  จึงวางแผนจะยักเก็บขึ้นไว้ขณะที่ปลงผมหลวงปู่  พอถึงวันโกน จึงทำตามที่คิดไว้คือยืนข้างหลังหลวงปู่ แล้วปลงจากนั้นทำทีเป็นเอามีดโกนเคาะขันน้ำ  เพื่อล้างเอาผมออกแต่ความจริงแอบเอากระดาษชำระห่อไว้  ปรากฏว่า หลวงปู่ท่านพูดขึ้นมาโยมเขาขอเอาไว้ ให้โยมเขาไปก่อน จึงสรุปว่าท่านนั่งหันหลังอยู่จะรู้ได้อย่างไรถ้าไม่มีตาทิพย์  ส่วนเหตุการณ์อีกทำนองหนึ่งที่พบเป็นประจำคือหลวงปู่บอกใบ้ เช่น นัดญาติโยมที่มาขอของศักดิ์สิทธิ์นัดให้มารับวันไหน  เลขวันนั้นหล่ะถูกแน่นอน หรือการให้วัตถุมงคลโยม บางทีตอนแรกให้ ๒ ชิ้น เดี๋ยวเรียกมารับอีก ๓ ชิ้น นั่นหล่ะเลขสองหลัก  บางทีใครมาถวายปัจจัยให้ท่าน  ท่านก็ทอนคืนฝากไปทำบุญให้วัดอื่น ตัวเลขที่ฝากไปทำบุญนี่หล่ะ    สำคัญนักได้กันมามากแล้ว  ที่ดินบางแห่งทำมาค้าขายไม่ดีหลวงปู่ไปสวดมนต์แก้ให้  พอขึ้นรถกลับหลวงปู่จะเล่าให้ศิษย์ใกล้ชิดฟังว่า ที่นั้นมีอะไร แล้วหลวงปู่แก้อย่างไร......

หูทิพย์  ปัจจุบัน ด้วยวัยอันชราภาพของหลวงปู่ หูของท่านเริ่มตึง  ถ้าใครสนทนากับท่านด้วยน้ำเสียงปกติท่านจะไม่ได้ยิน  แต่เกือบทุกครั้งที่พวกศิษย์ใกล้ชิดจับกลุ่มคุยกันอยู่ห่างๆแต่มีเรื่องไป พาดพิงถึงท่านปรากฏว่าท่านกลับได้ยิน แล้วพูดตอบโต้ออกมา พวกศิษย์จึงไม่กล้านินทาหลวงปู่ เพราะท่านใช้หูทิพย์ฟัง....

กายทิพย์ มีอยู่ครอบครัวหนึ่งศรัทธาหลวงปู่เป็นอย่างมาก มากราบเกือบทุกวัน ศิษย์ใกล้ชิดของหลวงปู่จึงสอบถามว่า รู้จักหลวงปู่ได้อย่างไร ตัวภรรยาเลยเล่าให้ฟังว่า ปกตินั่งสมาธิเป็นประจำอยู่ทุกวันแต่มีคืนหนึ่งเห็นหลวงปู่ในสมาธิ  พอรุ่งขึ้นมีเพื่อนเอารูปภาพบูชาที่หลวงปู่ แจกกับญาติโยมไปโชว์ให้ดู พอเห็นแล้วถึงกับขนลุกทีเดียวเพราะเพิ่งเห็นเมื่อวานในสมาธิ จึงรีบให้เพื่อนพามากราบหลวงปู่ จากนั้นก็มาเองเกือบทุกวัน นับถือหลวงปู่มากเพราะหลวงปู่มีกายทิพย์

วาจาสิทธิ์ หลายท่านเดินทางมาแสนไกลเพราะต้องการเพียงน้ำลายไอปากจากหลวงปู่  อยากได้ยินคำพรที่หลวงปู่บอกให้รวยๆๆกันทั้งนั้น บางคนไม่เคยถูกหวยพอฟังแล้วก็กลับไปถูกหวย บางคนกิจการไม่ดีพอฟังกลับไปแล้วก็ดี  บางคนทำงานมานานขั้นไม่เคยได้เลื่อนกลับไปก็ได้เลื่อน  ยิ่งโดยเฉพาะหลวงปู่ฯท่านให้พรเวลาครอบหัวบรมครูปู่ฤาษี ๑๐๘ ด้วยแล้ว ยิ่งศักดิ์สิทธิ์นัก

หุงสีผึ้งเดือดโดยไม่ใช้ไฟ ทุกครั้งที่หลวงปู่สิงห์โตจะเคี่ยวสีผึ้งหม้อใหญ่ท่านจะทำหัวสีผึ้ง ๑ ถ้วยตะไลไว้เป็นหัวเชื้อ โดยหุงอยู่บนฝ่ามือ ใช้นิ้วโป้ง ชี้ ก้อยเป็นสามเส้า ขาตั้งถ้วย พับงอนิ้วกลาง นาง มาเป็นฟืนแล้วเพ่งจนขี้ผึ้งในถ้วยละลาย บางครั้งท่านเผลอเพ่งนานไปหน่อยถ้วยแตกกระจายเป็นอันว่าต้องทำใหม่

สะเดาะห์กุญแจ ในช่วงหลังมานี้หลวงปู่เริ่มเกิดอาการหลงลืมบ้างตามวัย ท่านทำลูกกุญแจหายบ่อย  แต่ทุกครั้งท่านก็เปิดเข้าห้องได้ไม่รู้ท่านทำอย่างไร  มีคนเคยแอบดูบอกว่าท่านเป่าแม่กุญแจกระเด้งเลย

เลี้ยงสัตว์ประหลาด กุฏิหลวงปู่ที่ วัดดอยแก้ว มีสัตว์ประหลาดที่ท่านเลี้ยงไว้เช่นจิ้งจก (จั๊กกิ้ม) คางคก ตุ๊กแก (ตั๊กโตว) อ่านแล้วอาจจะรู้สึกพิกลแต่เป็นความจริง สัตว์เหล่านี้เวลาหลวงปู่ไม่อยู่มันจะหายไป แต่พอหลวงปู่กลับมา มันจะมาอยู่ให้เห็นอีกทันที ที่แปลกที่สุดคือพวกมันไม่รู้จักตายจากไป  สอบถามลูกศิษย์ที่เฝ้ากุฏิอยู่บอกเห็นมานานนับสิบปีแล้ว เขาว่าเป็นหุ่นพยนต์ที่ท่านผูกขึ้น  พิจราณาไปมาก็น่าจะจริงเพราะหลวงปู่มีวิชาจิ้งจก ที่แปลกไม่เหมือนใคร คาถาพิสดารเหลือเกิน ต้องใช้ไม้เป้าด้วย

เพ่งเหรียญรุ่นแรกละลาย พระลูกศิษย์เข้าไปเก็บของ ในห้องของหลวงปู่  แล้วท่านบังเอิญแอบเห็นเหรียญรุ่นแรกที่หลวงปู่ฯเสกไว้ละลาย ติดกับถุงพลาสติก  เลยหยิบไปขายโยม ๑๐๐ บาท โดยนึกว่าหลวงปู่ไม่รู้ ที่ไหนได้พอกลับเข้าวัดเท่านั้นหล่ะ ถูกท่านยึดปัจจัยไปทำบุญและสั่งให้เข้ากรรม ๗ วัน พร้อมกับกำชับห้ามพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่พระองค์นี้ท่านก็อดเล่าไม่ได้ท่านบอกว่ามันตื่นเต้นที่ได้พบเห็นอำนาจจิต ขนาดนี้

รู้วาระปาฏิหารย์ ในคืนหนึ่งเวลา ราว ๒ ทุ่มหลวงปู่นั่งชมสัตว์เลี้ยงประหลาดหน้ากุฏิของท่าน อยู่ๆท่านก็ออกคำสั่งให้ลูกศิษย์นำรถไปวัดพระธาตุศรีจอมทอง ลูกศิษย์ถามว่าดึกป่านนี้ วัดก็ปิดแล้วจะไปทำไม ท่านก็ไม่ตอบ พอถามท่านหลายๆครั้งท่านก็บอกว่าเอากล้องไปด้วย  พอไปถึงตำรวจป้อมยามหน้าวัดพระธาตุ  พระเณรเจ้าหน้าที่วัดก็วิ่งมาเปิดประตูกันให้วุ่นไปหมด  ราวกับหลวงปู่ฯเป็นเจ้าพ่อสิงห์โต พอประตูเปิดแล้วหลวงปู่ก็นำหน้าเข้าไปยังพระธาตุแล้วสั่งให้ลูกศิษย์ถ่ายรูป พระธาตุประเดี๋ยวนั้น  ทันทีที่ภาพปรากฏบนจอกล้องดิจิตอล ก็เห็นรังสีพุทธคุณเต็มภาพเลย  เสร็จแล้วท่านก็สั่งให้ถ่ายรูปกระดานเขียนผ้าบริจาคห่มพระธาตุให้เอามาทำที่ อยุธยา

หยุดรถไฟ ศิษย์รุ่นเก่าๆของท่านเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงปู่จะลงมากรุงเทพ  แต่ไปขึ้นรถไฟที่สถานีไม่ทัน  ลูกศิษย์ที่ไปส่งจะเบนเข็มมาขึ้นรถ บขส. แต่หลวงปู่บอกให้ไปที่สถานีรถไฟ หลวงปู่บอกว่าทัน เมื่อไปถึงสถานีปรากฏว่ารถไฟขบวนนั้นเกิดขัดข้องไปไม่ได้กระทั่งหลวงปู่ขึ้น ไปแล้วรถไฟจึงแก้ไขเสร็จ ราวกับว่าหลวงปู่หยุดรถไฟไว้ เพราะคงไม่ใช่เหตุบังเอิญแน่ๆ เนื่องจากตอนหลวงปู่บอกว่าทันแล้วท่านก็นั่งชักประคำตลอดทางจนถึงสถานีรถไฟ

โทรจิต ตั้งแต่หลวงปู่สิงห์โตท่านไปรู้จักกับ หลวงปู่ครูบาครอง ปรากฏว่ามีหลายครั้งที่หลวงปู่ทั้งสองพบกันแล้วคุยกันต่อเนื่องได้ ในเรื่อง ที่ไม่มีใครเริ่มหัวเรื่องมาก่อน พอลูกศิษย์เห็นพิรุธก็เริ่มสังเกตุดูพบว่า บางครั้งท่านเหมือนเข้าสมาธิคุยกันแต่ไม่รู้คุยกับใคร ทาง ครูบาครอง ก็เช่นกันท่านรู้หลายอย่างล่วงหน้าราวกับ ว่าคุยกับหลวงปู่สิงห์โตมาก่อนทั้งที่หลวงปู่ทั้งสองไม่เคยคุยโทรศัพท์กันเลย

ไล่ผีทางไกล ตอนที่หลวงปู่มาอยู่อยุธยา มีชาวบ้านหลังวัดพนัญเชิง เข้ามากราบเรียนว่าที่บ้านมีผีที่เกิดจากหมออาคมแถวบ้านผูกไม่อยู่ ทำหลุดมาสิงสู่อยู่บ้านตนทำให้เดือดร้อนไปหมด คนในบ้านป่วย มีอาการแบบโดนเข้า นอนไม่หลับวิญญาณเดินไปมาวูบวาบ  นิมนต์พระไปปราบหลายรูปแล้วแต่พระโดนมันเล่นงานจนแย่ทุกองค์ จนไปเจอพระเกจิองค์หนึ่ง ท่านแนะนำให้มาหาหลวงปู่สิงห์โต เลยจะขอนิมนต์หลวงปู่ฯ ไปช่วยที่บ้าน พอหลวงปู่สิงห์โตพิจราณาเรื่องสักคู่ก็นั่งหลับตาชักประคำสักพักใหญ่พอท่าน ลืมตาขึ้นมา ท่านก็บอกว่าไม่มีอะไรแล้วให้กลับบ้านได้  พอกลับไปถึงบ้านพบชิ้นหน้าผากกระโหลกมนุษย์ตกอยู่กลางบ้าน จึงเอาไปบังสกุลไว้วัดตั้งแต่นั้นก็ไม่พบวิญญาณผีตนนั้นอีก

ย่นระยะทาง คนขับสามล้อ และชาวตลาดอ.จอมทองทุกคนรู้จักหลวงปู่ดี  เพราะทุกเช้าหลวงปู่จะไปบิณฑบาตองค์เดียวโดย ไม่มีพระ  และศิษย์ฆราวาสติดตาม (ท่านไม่ให้ตาม) พอมีคนใส่บาตรจนท่านถือไม่ไหว  ท่านจะรวมกองไว้ ให้พวกสามล้อที่นับถือท่านขนไปให้ที่วัด แต่เกือบทุกครั้งที่หลวงปู่เดินบิณฑบาตรกลับถึงวัดก่อนสามล้อเสมอ  เป็นไปได้อย่างไรที่พระอายุ ๙๐ เดินเร็วกว่าสามล้อ ถ้าไม่ใช่ย่นระยะทาง  พวกคนขับสามล้อกล่าว

เป็นผู้ให้โชคลาภ ศิษยานุศิษย์ทั้งหลายชอบมานั่งคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่างเห็นตรงกันว่า ครั้งใดที่มากราบหลวงปู่กลับไปมักจะโชคดีมีลาภ ยิ่งหากได้อธิษฐานขณะหลวงปู่ครอบหัวบรมครูปู่ฤๅษี ๑๐๘ ด้วยแล้ว ยิ่งสัมฤทธิ์ผลไว   อย่างอาฉี (คุณ นิเวศน์  หอมคำมา) เจ้าของสถานีวิทยุดอยแดน มาครอบหัวบรมครูปู่ฤๅษี และขอรับพระธาตุจากหลวงปู่ฯไปประดิษฐาน ณ วัดดอยแดน จำนวน ๑๖ องค์ เมื่อ วันที่ ๑๑ พค. ๒๕๕๒ พอกลับไปขยายรูปพิมพ์วันที่ไว้ชัดเจนติดโชว์ในบ้าน  แขกไปใครมาเห็นเลขเอาไปซื้อกันทั่ว ปรากฏว่างวดนั้นออกเต็มๆ ๑๑  และงวดถัดไปออก ๖๑ ชาวดอยแดนรวยๆๆกันทั่วหน้า และอีกเรื่องที่พบประจำคือ ใครที่เอาธนบัตรขวัญถุงของหลวงปู่ใส่กระเป๋าสตางค์ก็มักจะรู้สึกว่าเงินทอง ไหลเข้ามากกว่าเดิม ราวกับว่าธนบัตรขวัญถุงเป็นสื่อโภคทรัพย์


ช่วยให้ลูกศิษย์ร่ำรวยชีวิตดีขึ้น   คุณโชคชัย รัมวุฒิชัย ผู้จัดการขายประกันวินาศภัย บจม.กรุงเทพประกันภัย ลูกศิษย์ที่มากราบบูชาวัตถุมงคลหลวงปู่ในช่วงยุคแรกๆ  เมื่อเดือน เม.ย.และได้ครอบหัวบรมครูปู่ฤๅษี ๑๐๘ ไป ปรากฏว่าชีวิตดีขึ้นอย่างทันตาเห็น ขายประกันได้ คอมมิสชั่นเป็นแสนๆ ปัจจุบันไม่ต้องออกไปหาลูกค้าแล้วแต่กลับเป็นลูกค้ามาหาเอง บ้างก็มาจากการแนะนำขอลูกค้าเก่าที่ผ่านมาลงทุนเปิดฟิตเนสคลับในหมู่บ้าน คนไม่ค่อยเห็นไม่ค่อยทราบ แต่อยู่ๆห้างสรรพสินค้าแอมโปรเปิดใหม่ก็มาชวนให้ย้าย ไปเปิดในห้างโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า แต่ขอแบ่งเปอร์เซ็นต์นิดหน่อย อะไรจะเฮงขนาดนั้น ตอนนี้คุณโชคชัย  เลยวางแผนจะถอยแคมรี่ใหม่เอาไว้อาสามารับหลวงปู่ฯไปงาน ส่วนวันนี้มาบูชาวัตถุมงคลหลายอย่างรวมทั้งจิ้งจกตัวเล็กพร้อมกับจองตัวครู และนิมนต์หลวงปู่ไปเปิดฟิตเนสคลับบนห้างตอนสิ้นเดือน (ปกติเอาโจ๊กมาถวายหลวงปู่บ่อยๆ แต่ผมลืมถ่ายรูปเขามายืนยันทุกที วันนี้นึกได้พอดี) ประสบการณ์ในวัตถุมงคลของหลวงปู่ ของจริงมีตัวตนทั้งนั้นครับ มิได้อ้างลอยๆ โทรถามได้เลยลูกศิษย์ทุกคนพร้อมจะบอกเล่าให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจครับ


วัตถุมงคล และประสบการณ์เหนือธรรมชาติ

เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่ฯ จัดสร้างเมื่อปลาย พ.ศ.๒๕๔๘ เตรียมต้อนรับอายุ ๘๗ ปีของท่าน  ขณะนั้นหลวงปู่อยู่ วัดดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่  สร้างจำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ เป็นเนื้อทองแดงกะหลั่ยสีเงิน ทอง นาค อย่างละเท่าๆกัน  จากนั้นท่านได้ทำการแจกไปเรื่อยๆ โดยแจกทีละสีจนกระทั่งเหรียญค่อยๆหมดลง คงเหลือเหรียญสีเงินประมาณ ๓๐๐ เหรียญ  และสีนาคประมาณ ๑,๐๐๐เหรียญ เศษที่บรรจุในหีบหน้าหิ้งพระที่ท่านทำวัตรสวดมนต์ปลุกเสกมาเป็น เวลา ๓ ปี หลวงปู่ได้ให้คณะศิษย์เปิดหีบ และนำมาตอกโค๊ด ส ย่อมาจากสิงห์โต และเลข ๙ ย่อมาจาก ๙๐ ปีตามอายุปัจจุบันขณะเปิดหีบ แล้วนำออกให้บูชาที่วัดอโยธยาเหรียญละ ๒๔๙ บาท ปรากฏว่าเหรียญชุดเสก ๓ ไตรมาสนี้มีประสพการณ์มากมายกว่าเหรียญที่แจกไปทีแรกนัก อาจเป็นเพราะว่าการเสกที่ยาวนานหรือปล่าวไม่ทราบ  มีทั้งรถเครื่องล้ม รถปิคอัพคว่ำ  ถูกเหนี่ยวแต่ไม่ออก  ถูกหวยเพราะเห็นเลขจากหลังเหรียญ (รอยเหรียญถูกันขณะอยู่ในถุงรวม)  คนถูกผีสิงเอาเหรียญคล้องแล้วผีออก เด็กวัยรุ่นกำเหรียญกระโดดตึกสองชั้นหนีคู่อริที่พาพวกมารุมทำร้ายแต่ไม่เป็นอะไร  คนงานถูกใบพัดเครื่องจักรฟันมือ ไม่แตกไม่หัก ป่วยไปฉีดยาหมอแทงจนเข็มงอ  ต้องถอดพระออกจึงแทงเข้า


(เพิ่มเติม) 

พระครูสีหธรรมจารี (ครูบาสิงโต) เจ้าอาวาสวัดดอยแก้ว ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
ท่านมาจำพรรษาที่ วัดทุ่งเศรษฐี (ราม 2) เมื่อพรรษาที่ผ่านมา โดยมีท่านเจ้าคุณพระพิศาลพัฒนาทร หรือหลวงพ่อเณร ญาณวินโย เป็นเจ้าอาวาส

เดิมหลวงปู่ท่านมาช่วยสร้างวัด (ทะนุบำรุง ปฏิสังขรณ์) แถวอยุธยา แล้วตอนต้นปี 2553 ท่านได้ถามลูกศิษย์ท่านว่า " รู้จักหลวงพ่อเณรไหม วัดอยู่แถวบางนา บารมีท่านได้แล้วฉันจะไปอยู่กับท่าน" ลูกศิษย์ท่านบอกว่าพอรู้จักอยู่วัดนึงน่าจะใช่เลยพามาที่วัดทุ่งเศรษฐี (ราม2) พอเจอหน้าหลวงพ่อเณร หลวงปู่เอ่ยว่า" ใช่ๆองค์นี้แหละ" เมื่อสนทนากันสักพักหลวงปู่ท่านบอกกับหลวงพ่อเณรว่า "พรรษานี้จะมาจำพรรษาด้วยนะ" และท่านก็มาจำพรรษาและอยู่ต่อมา

มีประชาชนมากราบสักการะตลอด เมื่อถามท่านว่าจะกลับเชียงใหม่เมื่อไหร่ หลวงปู่จะตอบว่า "ไม่กลับไปแล้วอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ"
ท่านจะกลับไปวัดท่านเพื่อดูสิ่งก่อสร้างที่ค้างไว้หรือมีลูกศิษย์นิมนต์ไปครับ....


ขอขอบคุณ ข้อมูล
เครดิต : http://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=16841